ขั้นตอนการเลือกซื้อรถยนต์มือ 2 - smile2car ( สมายทูคาร์ )
Confirmation Box

คุณต้องการยืนยันลบประกาศนี้?!


ยืนยัน ยกเลิก
บริษัท เอส. พี. สมายคาร์ จำกัด - แหล่งรวมข้อมูลรถยนต์มือสองอย่างครบวงจร
โลโก้ smile2car สมายทูคาร์

ชื่อกระทู้: ขั้นตอนการเลือกซื้อรถยนต์มือ 2

ขั้นตอนการเลือกซื้อรถยนต์มือ 2
icecream โพส: 18/04/2011 17:39:55 :แก้ไขล่าสุด 18/04/2011 17:39:55 by icecream

Member

ขั้นตอนการเลือกซื้อรถยนต์มือ 2

นการเลือกซื้อรถใช้แล้วสักคันหนึ่งมาใช้เราควรตรวจสอบสภาพรถอย่างถี่ถ้วนก่อนการตัดสินใจซื้อเพื่อไม่ให้เสียใจและเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์จึงขอเสนอวิธีการตรวจสอบรถยนต์ใช้แล้ว สำหรับผู้ที่กำลังจะ ตัดสินใจซื้อท่านจะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องยากในการที่จะเลือกรถใช้ที่ยังสภาพดีสักคันมาใช้
__________
เทคนิค และคำแนะนำในการตรวจสภาพรถยนต์จะแบ่งเป็นเรื่องๆซึ่งได้แก่วิธีการ และขั้นตอนในการตรวจสภาพโดยดูจากภายในรถ ภายนอกขอตัวรถภายในห้องเครื่องยนต์ การทดลองขับ การตรวจสภาพอุปกรณ์นิรภัยและการตั้งคำถามเจ้าของรถ ส่วนสุดท้ายเป็นส่วนที่น่าจะต้องพึ่งพาช่างผู้ชำนาญงาน
การเตรียมความพร้อมสำหรับตรวจสภาพรถ
__________
ท่านควรแต่งกายให้ทะมัดทะแมงด้วยเสื้อผ้าที่พร้อมจะลุยเพราะท่านอาจจะต้องก้มลงมอง ใต้ท้องรถ ตลอดทั้งตรวจอุปกรณ์ต่างๆภายในห้องเครื่องยนต์ และอย่าลืมเตรียมอุปกรณ์เหล่านี้

1. ไฟฉายสำหรับส่งดูจุดต่างๆ ที่เห็นไม่ชัดเจน เช่น ในห้องเครื่องยนต์
2.
แม่เหล็กขนาดเล็ก สำหรับตรวจสอบวัสดุชิ้นนั้นๆ ว่าเป็นเหล็กหรือพลาสติก
3.
บล็อกหัวเทียน สำหรับถอดหัวเทียนเพื่อดูสภาพการทำงานของเครื่องยนต์จากสภาพของหัวเทียน
4.
ผ้าขนาดกะทัดรัด สำหรับเช็ดคราบน้ำมันและคราบต่างๆเพื่อที่จะได้เห็นการรั่วซึมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
5.
สมุดบันทึกสำหรับจดบันทึกข้อมูลของรถแต่ละคันเพื่อทำการเปรียนเทียบ
6.
เพื่อสนิทสักคนสำหรับปรึกษาหารือ รวมทั้งช่วยตรวจสภาพในขณะที่ท่านเปิดไฟช่วยเหยียบเบรค
__ช่วยฟังเสียงในขณะที่ท่านเร่องเครื่องยนต์ ช่วยวิพากษ์วิจารณ์ซึ่งสิ่งเหล่านี้นับว่ามีผลทางจิตวิทยา
__ในการต่อรองเป็นอย่างมากอย่างน้อยที่สุดผู้ขายก็จะไม่มีความรู้สึกว่าไม่ง่ายในการที่จะโน้มน้าวให้ท่านซื้อได้ง่ายๆ

__________การไปดูรถหรือเลือกซื้อรถควรทำในเวลากลางวันควรหลีกเลี่ยงไปดูรถในเวลากลางคืน หรือโพล้เพล้เด็ดขาดเพราะความมืดสลัวนั้นจะซ่อนเร้นริ้วรอยต่างๆ ได้ดีทีเดียว

ขั้นตอนตรวจสภาพรถยนต์

__________
การตรวจสภาพภายในรถยนต์อย่างละเอียดถี่ถ้วนจะสามารถบอกเราได้ว่าเจ้าของเดิมใช้รถคันนี้อย่างไร หากภายในถูกปล่อยปะละเลยนั้นย่อมหมายความว่าส่วนอื่นๆ ก็คงจะถูกปล่อยปะละเลยเช่นกันสิ่งที่ควรได้รับการ ตรวจสอบภายในมีดังต่อไปนี้

__________ เบาะที่นั่ง วัสดุหุ้มแผงประตูพรมปูพื้น เบาะที่นั่งจะบอกเราได้ว่ารถถูกใช้งานหนักเพียงใด ให้สังเกตุที่ความอ่อนยวบ หรือฉีกขาดหากเบาะที่นั่งถูกหุ้มไว้ควรสำรวจความเสียหายใต้สิ่งที่ห่อหุ้มด้วยโดยปกติเบาะที่นั่งด้าน คนขับจะอ่อนยวบมากที่สุดหากเบาะด้านคนนั่งเป็นเช่นเดียวกันแสดงว่า โดยปกติรถคันนั้นนั่ง 2 คนหากเบาะที่นั่งด้าน หลังมีสภาพยับเยินมาก ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ารถคันดังกล่าวอาจเคยเป็นรถแท็กซี่มาก่อน ในกรณีเบาะที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังอ่อนยวบ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ารถคันดังกล่าวใช้ในครอบครัวใหญ่นอกเหนือจากเบาะที่นั่งแล้วควรสำรวจ วัสดุหุ้มแผงประตูและพรมปูพื้นและใต้พรมปูพื้นด้วยเช่นกัน

__________ ทดสอบคันบังคับต่างๆเช่นลองเหยียบคันเร่ง คันเหยียบเบรก คันเหยียบเกียร์รู้สึกว่าฝืดหรือหลวมเกินไปหรือไม่ มีเสียงปกติหรือไม่ก้านปัดน้ำฝนทำงานทุกตำแหน่งหรือไม่ ก้านปรับไฟสูง-ต่ำทำงานปกติหรือไม่

__________ ตรวจสอบมาตรวัดระยะทางโดยเฉลี่ยรถยนต์จะถูกใช้งานประมาณ 20,000-30,000 กิโลเมตรต่อปีให้เอาจำนวนปีที่ใช้งานของรถคูณด้วยระยะทางใช้งานเฉลี่ยเปรียบเทียบกับมาตรวัดระยะทางหากตัวเลข ต่ำผิดปกติให้สันนิษฐานว่าตัวเลขอาจถูกหมุนกลับหรือตัวเลขหมุนขึ้นรอบที่สองทั้งนี้ควรเปรียบเทียบ กับสภาพของรถยนต์และเครื่องยนต์ด้วยสิ่งหนึ่งที่พึงระลึกไว้เสมอคือรถที่ใช้งานในเมืองอาจมีอัตราการสึกหรอของเครื่องยนต์มากว่ารถที่ใช้งานทางไกล โดยอัตราประมาณ 3 ต่อ 1 เมื่อเปรียบเทียบกับระยะทางที่เท่ากันเนื่องจากรถที่ใช้งานในเมืองต้องประสบปัญหาการจราจรติดขัด

__________ ตรวจการทำงานของอุปกรณ์และสัญญานเตือนต่างๆ บนแผงหน้าปัทม์โดยเปิดสวิทช์กุญแจไปตำแหน่ง I ณ ตำแหน่ง นี้นาฬิกา วิทยุ-เทป พร้อมที่จะทำงานบิดสวิทช์ต่อไปตำแหน่ง II ที่ฉีดน้ำล้างกระจกก้านปัดน้ำฝน ไล่ฝ้ากระจกหลังพัดลมระบายความเย็นในรถยนต์ พร้อมที่จะทำงาน สัญญานไฟเตือนต่างๆ สว่างค้างยกเว้นสัญญานไฟเตือน รูปเครื่องยนต์ ABS, SRS จะสว่างชั่งครู่แล้วดับบิดสวิช์กุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์เมื่อเครื่องยนต์ติดสัญญานไฟ ต่างๆ จะดับยกเว้นสัญญานไฟบอกตำแหน่งเกียร์แบบอัตโนมัติ

__________ ตรวจสอบภายในลิ้นชักเก็บของหาดูว่าคู่มือประจำรถและเอกสารสำคัญต่างๆ เช่นประกันภัย คู่มือจดทะเบียนอยู่หรือไม่เงื่อนไขการรับประกันยาวนานแค่ไหน หมดระยะเวลาประกันหรือยังหากเราไม่ใช่ผู้ซื้อมือที่สองจริงๆก็อาจจะลองเก็บข้อมูลไปสอบถามเจ้าของรถมือแรกดูก็ได้และหากตรวจสอบได้ว่าเป็นรถที่มาจากการเลหลัง หรือจากการประมูล (เนื่องจากถูกยึด)ให้พึงระลึกเอาไว้ว่าเหตุใดเจ้าของรถมือแรกถึงปล่อยให้ถูกยึด ที่สำคัญต้องตรวจสอบหมายเลขตัวถังรถ และหมายเลขเครื่องยนต์ว่าตรงกับในเอกสารประจำรถหรือไม่หากไม่ อาจ แสดงว่าเป็นรถขโมยมา หรือมาจากการประกอบรถสองคันเข้าด้วยกันก็ได้

__________ พิสูจน์กลิ่นภายในรถยนต์มีกลิ่นดินโคลนหรือกลิ่นสาบอาจหมายถึงมีรอยรั่วผุของห้องโดยสาร หรือที่แย่กว่านั้นก็อาจเคยจมน้ำมาก่อนให้เลิกดูใต้พรมว่าบริเวณนั้นเป็นสนิมหรือไม่ตลอดทั้งควรดูบริเวณใต้เบาะที่นั่งด้วย

__________ ตรวจสอบประตูและหน้าต่างกระจกทุกบานตรวจดูว่าประตูแต่ละบานสึกหรอหรือผ่านการใช้งานหนักมาแค่ไหนขอบบนประตูด้านคนขับซึ่งมักจะเป็นที่พักท้าวแขนคนขับนั้น สีซีดหรือสึกไปแค่ไหนอย่าลืมตรวจดูมือจับด้านใน ว่าผ่านการใช้งานมาแค่ไหนตัวเลขกิโลบนหน้าปัทม์สัมพันธ์กับสภาพของรถหรือไม่ ถ้าหากต่ำผิดปกติอาจหมายถึงรถถูกใช้มาจนตัวเลขกิโลเมตรครบรอบมาแล้วหรือมีการแก้ไขเลขวัดระยะทางมาก่อนแล้วก็ได้ ทดสอบหน้าต่างทุกบานไม่ว่ากระจกหน้าต่างจะเปิด/ปิด ด้วยระบบไฟฟ้าหรือไม่กระตามให้ทดลองเปิดประตูทุกบานว่าเปิด/ปิด คล่องหรือไม่มีบานใดค้างไม่สามารถเปิด/ปิดได้หรือไม่นอกจากนี้ให้ตรวจสอบว่าที่นั่งสามารถเลื่อนเดินหน้า ถอยหลังได้อย่างที่ควร

__________ ตรวจสอบรอบหยดน้ำจากวัสดุบุใต้หลังคา หากมีรอยคราบน้ำตามวัสดุบุใต้หลังคาให้สันนิศฐษฐานไว้ก่อนว่า รถคันดังกล่าวมีการรั่วซึมของน้ำจากหลังคาซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากหลังคาผุเนื่องจากสนิม

__________ เอาละ..ทีนี้เรามาตรวจสภาพภายนอกตัวรถกันบ้าง ดูรอบๆ ตัวรถแล้วก้มลงดูว่าตัวรถขนานกับพื้นถนนในระยะที่เท่ากันหรือไม่..หรือสูงต่ำไปข้างใดข้างหนึ่ง หรือเอียงไปข้างหนึ่งนั่นแสดว่าช่วงล่างมีปัญหาแน่นอน เดินตรวจสอบรอบๆ ตัวรถในที่สว่างๆ สังเกตุรอบบุบระยะห่างของอุปกรณ์ต่างๆ ไฟหน้า ไฟหลัง กันชนหน้า กันชนหลังระยะห่างของอุปกรณ์เท่ากันหรือไม่ถ้าไม่เท่ากันให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ารถคันดังกล่าวได้รับอุบัติเหตุ มาแล้วและมีการเปลี่ยนอุปกรณ์ดังกล่าว

__________ ขั้นต่อมาสังเกตุดูละอองสี ว่ามีละอองสีติดที่หนึ่งที่ไดหรือไม่ส่วนมากแล้วรถที่ทำสีใหม่ จะมีละอองสีติดอยู่ เช่นใต้กันชนหน้า กันชนหลังดูรางน้ำฝน สังเกตุการผุกร่อน ดูช่องไฟระหว่างขอบประตู หน้าต่างต้องมีความสม่ำเสมอไม่ชิด ไม่ห่างไปข้างใด ข้างหนึ่ง

__________ ให้สังเกตุไฟหน้า-ไฟท้าย ไฟเลี้ยง ไฟถอย ว่ามีความสว่างเท่ากันหรือไม่ไฟซ้ายไฟขวาเก่าใหม่ต้องเท่ากันหรือไม่ หัวนอตฝาครอบต้องไม่เยิน เปิดฝากระโปงหน้ารถให้สังเกตุดูว่ามีรอยเชื่อมหรือรอยอ๊อกหรือไม่ ดูหม้อน้ำ ถ้าเกิดการชนมาหม้อน้ำจะใหม่ เข็มขัดหม้อน้ำ พัดลมหม้อน้ำต้องเป็นของเก่า ดูสายพานไดชาจน์-แอร์เบ้าหัวเทียน ดูตรงเบ้าซอฟเบอร์ โช๊คอัพ ถ้ามีการทำสีหรือรอยซ่อมจะต้องมีการชนมาอย่างรุนแรง ดูว่ามีลอยหยดน้ำมันตรงที่รถจอดหรือไม่เพราะการเปลี่ยนประเก็นใหม่ อาจต้องเสียเงินมากพอสมควรจะไม่คุ้มกับคุณที่จะซื้อรถคันนั้นไป

__________ ปิดฝากระโปงหน้าแล้วลองดึงสลักเปิดฝากระโปรง ว่ามีการดีดตัวดีหรือไม่ ถ้าไม่มีการดีดตัวของฝากระโปงที่ดี รถคันนั้นผ่านการซ่อมมาอย่างแน่อน

__________ ตรวจสอบรอบตัวรถให้ละเอียดโดยการจดบันทึก ว่ามีรอบบุบ รอยขีด หรือรอยสนิมหรือไม่สังเกตุสีของรถยนต์ ว่าลักษณะสีกลมกลืนกันหรือไม่ถ้าลักษณะของสีรถไม่มีความกลมกลืนกัน หรือเนื้อสีของตัวถังไม่เหมือนกันให้สันนิศฐานไว่าก่อนว่า รถคันดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุและทำสีรถใหม่

__________ ตรวจสอบโช๊คอัพโดยกดที่มุมรถว่ามีการยุบของโช๊คอัพ แล้วค่อยๆเด้งคืนตัวของโช็คอัพหรือไม่ถ้ากดลงไปแล้ว โช๊คอัพเด้งขี้นทันที ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าโช๊คของรถคันดังกล่าวเริ่มเสียแล้ว

__________ ตรวจสอบช่วงล่างด้วยการก้มลงไปดูใต้ท้องรถ สังเกตุแชสซี ว่ามีรอยต่อเติมหรือรอยเชื่อมต่อของเหล็กหรือเปล่าถ้ามีให้สันนนิษฐานไว้ก่อนว่ารถยนต์คันดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุมาแล้ว

__________ ตรวจสอบใต้ท้องรถให้ละเอียดสังเกตุว่ามีคราบน้ำมัน หรือรอยรั่วซึม หรือไหลเยิ้มของน้ำมันในส่วนต่างๆ หรือเปล่าถ้ามี ชิ้นส่วนนั้นย่อมเกิดการชำรุดซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนนั้นๆ

__________ การเลือกซื้อรถยนต์มือสองเราไม่ต้องไปคำนึงถึงเรื่องเครื่องยนต์ให้มากนักเพราะยังไงมันก็คงต้องเป็นไปตามสภาพแต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอย่างมากคือเรื่องสภาพของตัวถัง และช่วงล่างเพราะปัจจุบันนี้การยกเครื่องใหม่ หรือการเปลี่ยน เครื่องยนต์ใหม่ราคาไม่สูงนักและเครื่องรถยนต์มือสองราคาไม่แพงนักก็สามารถไปหาดูได้แถวเซียงกง แต่การไปเลือกซื้อเครื่องยนต์แถวเซียงกงอย่าแต่ตัวหล่อไปนะเดี๋ยวจะโดนฟันเลือดสาด..ควรแต่งตัวมอมๆให้ดูเหมือนช่างซักหน่อย หรือไม่ก็ใส่กางเกงขาสั้นไปเลยรับรองท่านจะได้ของดีและราคาถูกด้วย ต่างกับการซ่องตัวถังหรือทำสีใหม่ท่านจะต้องใช้งบประมาณเกือบแสนฉะนั้นควรดูสภาพรถดีกว่าเสียงบประมาณน้อยกว่าอย่าใส่ใจกับเรื่องเครื่องยนต์มากนักแต่สภาพรถ นี่ซิจำเป็นมากควรเลือกที่สภาพดีๆ มันจะได้ใช้งานได้นานๆ

__________ อ๋ออ..เกือบลืมไป...ยังไงก็ต้องลองขับก่อนนะครับ..เพื่อดูสมรรถภาพของรถยนต์ว่าเป็นไปตามคำสาธยายของผู้ขายหรือไม่ จะได้ไม่ต้องมาช้ำใจภายหลัง..ฮิฮิฮิ.... อ้ออีกอย่างหนึ่งดูตัวเลขเรือนไมล์วัดระยะทางว่ามาก-น้อย ผิดปกติหรือไม่ ให้สูตรคำนวณดังนี้ครับ 1 ปี เท่ากับ 25,000 Km.

 

ที่มา @ piratically@hotmail.com



บริษัท เอส. พี. สมายคาร์ จำกัด ที่อยู่ 1147 ซอย สมาคม2 ถนน ลาดพร้าว 71 แขวง สะพานสอง เขต วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
เบอร์ติดต่อ: 02-933-3135 แฟกซ์: 02-933-3135 มือถือ: 083-778-6266, 083-322-9988
©Copyright2011 Smile2car.com (สมายทูคาร์ดอทคอม) :: All Rights Reserved :: เกี่ยวกับกฎหมาย/Legal notes
Web Design by iDEASLOT Co.,LTd